เงินและทอง มิใช่ สำคัญสุด           ที่พ่อแม่ เรียกร้อง และใฝ่หา
                                                                                       เป็นคนดี เพียงพออยู่ มีเวลา             กลับมาหา แม่สักครั้ง ก็ยังดี
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แผนการตลาด สมัครตัวแทน สินค้า&บริการ ติดต่อเรา ตรวจสายงาน Web&สื่อดีๆ

 

คนที่คุณรักและรักคุณต้องการ ?

 

         ท่านคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ในขณะนี้ทำให้ชีวิตครอบครัวมีสุขหรือเปล่าครับ ท่านกำลังสร้างฐานะ ชื่อเสียง เงินทอง ให้มีความมั่นคงเพื่ออนาคของครอบครัวซึ่งท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวของท่านต้องการที่สุดหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าคำตอบเหล่านี้ควรที่จะถามคนที่คุณรักและรักคุณสักครั้งว่าต้องการสิ่งที่ท่านมอบให้หรือเปล่า ?

 

ผมมีนิทานจะมาเล่าให้ฟังอยู่หนึ่งเรื่องครับ เรื่องราวมีอยู่ว่ามีสามีภรรยาอยู่คู่หนึ่งมีลูกทั้งหมด 8 คน มีฐานะปานกลางแต่อบอุ่นไปด้วยความรักที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้กับลูกๆทุกคน มีอาชีพขายของชำซึ่งเป็นร้านเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ท่านพยายามทำงานอย่างหนักสุดชีวิตที่จะให้ลูกเรียนสูงๆจะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนตนเอง ที่ต้องตื่นมาขายของหน้าร้านตั้งแต่ตี 5 ถึง 4 ทุ่ม ทำงานวันละ 16 .. ส่วนคุณแม่จะเหนื่อยที่สุดเพราะนอกจากต้องช่วยคุณพ่อขายของและทำบัญชีแล้วยังต้องทำกับข้าวและเลี้ยงลูกๆ เมื่อลูกๆโตขึ้นค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม พี่สาวคนโตและคนรองจึงได้เสียสละมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ดูแลกิจการที่ร้าน ทำให้น้องๆอีก 6 คนได้มีโอกาสศึกษาเรียนจนสามารถจบการศึกษาขั้นต่ำคือปริญญาตรีและขั้นสูงที่สุดก็คือปริญญาเอกได้ ทำให้ทางบ้านปลื้มใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ "คุณพ่อ" ท่านมีความสุขมากกับปริญญาเอกของพี่ชายของผมคนนี้

 

          พวกเราพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้เก็บเงินส่งไปยังบ้านเกิด จนลูกๆไม่ค่อยมีเวลากลับไปหาคุณพ่อคุณแม่บ่อยนักแถมคุณแม่ชอบบอกว่า ไม่ต้องกลับมาก็ได้ เดินทางเหนื่อย ทำงานก็เหนื่อยอยู่แล้ว (แต่ใจจริงก็คิดถึงลูกๆ) หลังจากผมทำงานมา 3 ปี ทำให้รู้ว่าผมต้องมีกิจการเป็นของตนเองจะได้มีเวลาให้กับคุณพ่อคุณแม่เยอะๆเพราะผมคิดว่าเวลา 26 ปีตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่ได้ทดแทนคุณท่านเลย เพียงแต่พยายามเชื่อฟังคำสอนของท่าน ให้เป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต เรียนให้เก่ง ตั้งใจทำงาน เงินเดือนสูงๆ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือเวลาที่ผมจะได้ปรนนิบัติท่าน จะเหลือเวลาให้ผมได้ดูแลท่านอีกสักเท่าไหร่ ผมจึงกลับบ้านไปถามคุณแม่ว่าเล่นๆว่า ถ้าให้อาม้า(คุณแม่)เลือกได้จะเลือกแบบไหนคือ

 

(1) ผมหาเงินให้ 10 ล้านแต่ไม่ค่อยมีเวลาให้อาม้า

(2) ผมหาเงินแค่พอมีพอกินแต่มีเวลาให้อาม้ามากๆ

 

คุณแม่ตอบโดยไม่ลังเลด้วยน้ำเสียงคลอๆว่า เงิน 10 ล้านไม่ใช่สิ่งที่แม่ต้องการ เพราะแม่ไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่ปี ตอนนี้อายุก็เข้าไป 62ปีแล้ว เงินมากๆแม่จะเอาไปทำอะไรถ้าจากไปแม่ก็ต้องยกให้หนูอยู่ดี ผมอึ้งไปเลยครับ เพราะคุณพ่อบอกผมเสมอว่า ขยันทำงาน ตำแหน่งสูงๆ เงินเดือนเยอะๆจะได้มีความมั่นคง คุณแม่บอกว่าความสุขของแม่คือการได้อยู่ใกล้ชิดกับลูก มีกิจวัตรประจำวันร่วมกัน กินกับข้าวที่แม่ทำ สวมผ้าที่แม่ซื้อ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์แต่ขอให้ลูกอยู่เคียงข้างแม่ ต่อสู้ร่วมกันจนวันสุดท้ายของแม่จะมาถึง

 

ผมตัดสินใจออกจากงานทันทียอมทุบหม้อข้าวตนเองแล้วกลับไปยังบ้านเกิดอาศัยกับคุณพ่อคุณแม่โดยพี่ๆน้องๆก็ให้การสนับสนุนเพราะพวกท่านก็อายุมากแล้วและมีแต่พี่สาวสองคนที่ช่วยเหลือท่านอยู่ ผมได้ลองทำธุรกิจหลายอย่างแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะมีเหตุปัจจัยความเสี่ยงมากมายเช่น และยังไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อมาพบกับ "มิตรแท้ " ด้วยความบังเอิญ จึงเกิดหนทางสว่างที่จะสามารถช่วยเหลือผมให้รอดพ้นจากธุรกิจที่ประสบปัญหาได้ แล้วทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการทำธุรกิจนี้มากครับเพราะไม่มีความเสี่ยง เพียงแค่ใส่ความพยายามทุ่มเท ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ จริงใจ เอาใจใส่ ไม่เอาเปรียบ มีน้ำใจ ใฝ่เรียนรู้ ลูกค้าและสายงานเท่านั้นเองก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ และที่สำคัญผมมีเวลาอยู่เคียงข้างช่วยเหลือดูแลคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นมีความสุขมากครับ

 
   
  ขอบพระคุณ " บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด " ที่สร้างธุรกิจนี้ให้กับประชาชนคนไทยทุกคน  
  ขอบพระคุณ ผู้เปิดโอกาศทางธุรกิจ "พี่โสภา" ที่ทำให้ผมรู้จักกับ " มิตรแท้ "  
  ขอบพระคุณ คุณพ่อคุณแม่ ที่ให้ผมเกิดเนิดมาและพี่น้องทุกๆคนที่คอยช่วยเหลือผมเสมอ  

 

 

 

กลับหน้าแรก